2007/Nov/22

สมัยก่อนตอนที่กูยังเด็กๆ

ทุกเช้า กูต้องนั่งรถจากบ้านมาโรงเรียน โดยมีแม่เป็นคนขับรถ

แยกที่กูต้องผ่านก่อนจะถึงโรงเรียนนั้น

ได้ชื่อว่าเป็นแยกที่ติดที่สุดในประเทศไทย

 ระหว่างนั้น แม่กูก็จะเปิดวิทยุฟังไปด้วย

ส่วนกูก็ได้แต่ลุ้นว่าจะไปโรงเรียนทันรึเปล่า เฝ้าแต่ถามแม่ว่า

เมื่อไหร่จะถึงๆ?

ทำไมรถต้องติดด้วย? 

 

"ประเทศไทยรวมเลือดเนื้อเป็นชาติเชื้อ... 

...เพียงแค่ประโยคแรกของเพลงชาติในรถดังขึ้นเท่านั้น 


เสียงลูกคอที่แหบแห้งจากลูกกระเดือกของกูก็เริ่มมา

น้ำตาก็ผุดออกมาอย่างกับตาน้ำ ไหลพรากๆ

เนื่องด้วยไปโรงเรียนไม่ทันอีกวันแล้ว 

คำถามที่มีเปลี่ยนเป็นประโยคบอกเล่า

...จะไป อึ๊ก! ฆ่าตำรวจ อึ๊ก! จราจร ไม่ยอม อึ๊ก! เปิดไฟเขียวให ้ อึ๊ก! 

หากเป็นคนพูดจริงทำจริง โรงพักนั้นคงไม่เหลือตำรวจซักคน

 

ครั้งนึงเคยขนาดที่ว่ามาถึงโรงเรียนแล้วยังไม่หยุดร้อง เดินตาแดงก่ำเข้าห้องเรียน

อาจารย์ก็มาถามว่าเป็นอะไร กูก็ไม่ตอบ เพราะไม่รู้จะตอบยังไง ถูกกดดัน ยิ่งร้องไห้จ้าขึ้นไปอีก

อาจารย์เลยไปถามจากแม่ ส่วนเพื่อนๆ ก็เป็นห่วงกันใหญ่ ถามว่า เป็นอะไรๆ

ตอนนั้น จำไม่ได้แล้วว่าได้ตอบเพื่อนไปรึเปล่า  แต่ถ้าตอบก็คง ตอบเบามาก เพราะอายเพื่อน

เพราะเกิดมาก็ไม่เคยเห็นเพื่อนคนไหน ร้องไห้ เพราะไปโรงเรียนสายเหมือนกัึน

 

มาคิดดู กูก็เป็นคนตรงต่อเวลาตั้งแต่เด็ก จนถึงวันนี้ ถ้าไม่มีธุระจำเป็นกูก็จะไปตรงเวลาตลอด เลทมากสุดก็ไม่เกินยี่สิบนาที (เมื่อก่อนกูคิดว่า ยี่สิบนาทีก็เยอะมากแล้ว แต่ตอนนี้กูเลทยี่สิบนาทีกูก็ยังมาคนแรกอยู่ดี)

มีช่วงนึงที่ออกจากบ้านบ่อยๆ (และตอนนั้นก็ยังไม่มีมือถือของตัวเอง) กูถึงขนาดกะให้ไปตรงเวลาได้แบบ ไม่ขาดไม่เกิน ไปสองนาที จนยังงงตัวเองว่าทำได้ยังไง

 

...แม้ว่าไปแล้วจะต้องไปรอคนอื่นอีกเป็นชั่วโมงก็ตาม

 

กูก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมต้องมาเลท ด้วย จะว่าการนัดมันเกิดขึ้นเช้าไป ตื่นไม่ทันก็ไม่ได้

เพราะกูจะนัดเช้า สาย บ่าย เย็น ค่ำ มันก็เลทได้ตลอดทุกคน

หรือทุกคนสำคัญตัวผิดว่า มาเลท แล้วจะเหมือนมีคนมารอ เพิ่มคุณค่าในตัวเองขึ้นมาในทันที

ยิ่งเลทเยอะ คนยิ่งรอเยอะ กูยิ่งสำคัญมาก  

หรืออาจจะคิดในทางตรงกันข้าม มาตรงเวลา ก็ต้องมารอคนเดียว ไม่ชอบอยู่คนเดียว เป็นคนขี้เหงา ชีวิตนี้ถ้าไม่มีเพื่อนอยู่ด้วยตอนออกนอกบ้าน กูเอาออกซิเจนเข้าปอดเองไม่ได้

ลืมไปว่าตอนที่มึงออกจากบ้านมึงก็ออกมาคนเดียว

กูไม่รู้ว่าค่านิยมนี้มันเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ และโดยใคร

แต่ดูเหมือนมันจะฮิตกันไปทุกหย่อมหญ้า  ตั้งแต่ SMEs ยัน โรงงานอุตสาหกรรม

จะดูหนัง EGV บอกว่า รอบบอกว่า ฉายเที่ยง แต่เดินเข้าไปตอน เที่ยงยี่สิบก็ยังไม่ฉาย

จะดูคอนเสิร์ต บอกว่า เริ่มงาน สองทุ่ม สองทุ่มห้าสิบ คนยังเข้าไปในฮอลล์ไม่หมด ยืนต่อแถวกันพรืด

คนที่เคยตรงต่อเวลาก็เบื่อ เพราะมาแล้วต้องรอ

ก็กลายเป็นคนที่มาเลทไป...

คนมาเลทก็ชอบใจ เพราะตัวเองก็จะได้ไม่พลาดโอกาส ที่คนตรงต่อเวลาควรจะได้รับ

 

อืมม ก็คงเป็นอย่างที่เคยมีคนมาร้องเพลงไว้

"...หนึ่งนาทีของเรา ไม่เท่ากัน..."

(ตอนนี้มันใกล้จะเท่ากันแล้ว แต่เป็นแบบ ยาวนานกว่าเดิม เท่ากัน) 

 

 

*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*- 

สุดท้าย พ่อแม่กูเลยซื้อคอนโดห่างจากโรงเรียนในระยะเดินถึง

ซึ่งเป็นคอนโดที่กู และครอบครัวอยู่กันจนถึงตอนนี้ 

แม้จะแม่กูจะไม่พูด แต่กูเชื่อว่า

มันเป็นรางวัลของความตรงต่อเวลาู

 

ว้าววว...ตรงต่อเวลามันดีอย่างนี้นี่เอง 

 

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
กูเคยเขียนเรื่องนี้ด้วยแหละมึง

เห็นด้วยทุกประการ ขอใส่ hot ... 555
Hot!

ปล. วันนี้กูไปม.ทำงาน กูไปสายชั่วโมงนึง แต่ไม่เป็นไร
เพราะกลุ่มมาครบได้ก็ตอนสายไป 3 ขั่วโมง

<< Home