สองสามอาทิตย์ที่ผ่านมา กูได้เปลี่ยนอาชีพมาเป็นนักวิทยาศาสตร์
ได้ลอง ปิเปต รันเจล ทำPCR ใส่plasmid ฯลฯ
ของที่ทำแต่ละอย่างนั้นแพงอย่างเหลือเชื่้อ เช่น enzyme ที่ใช้ทำบางหลอด1มิลลิลิตร(ขนาดน้อยกว่าปริมาณขี้มูกที่พวกมึงสั่งออกมาได้ ตอนเป็นหวัด หนึ่งครั้ง)
มีมูลค่าไม่ถูกไม่แพง 30,000 บาท
ผง agalose ที่กูทำอยู่ทุึกวัน กูเพิ่งมาทราบเมื่อสองวันก่อนว่า ราคา 500 กรัมของมัน เท่ากับ 15,000บาท
ยังไม่รวมถึงพวก หลอดปิเปต ซึ่งเป็นแก้วขนาดพอสมควร ราคาไม่น่าต่ำกว่า20บาท ซึ่งใช้ครั้งเดียว(ไม่เกินสามสิบวินาที) แล้วต้องทิ้ง บางครั้งกูทำปนเปื้อน โดยยังไม่ได้ใช้งาน ก็ต้องทิ้ง ห้ามเอามาใช้เด็ดขาด เพราะอาจทำให้สิ่งที่มีราคาแพงกว่านั้นเป็นสิบ ร้อย พัน เท่า ต้องฉิบหายด้วย
ทิป เป็นพลาสติก ยิ่งเล็กยิ่งแพง อันเล็กสุดน่าจะราคาตกอันละบาทกว่า(ใครรู้ราคาจริงก็บอกด้วย) อายุการใ้ช้งานประมาณ 5-10 วินาที ตามแต่ประสบการณ์ของผู้ใช้ ยิ่งเก่ง ยิ่งใช้เวลาน้อย แต่ไม่ได้แปลว่า คนห่วยจะประหยัดกว่า เพราะสุดท้ายต้องใช้เท่ากันอยู่ดี แน่นอนว่าถ้าปนเปื้อนก็ต้องทิ้งทันทีเช่นกัน
หลังจากที่อาจารย์รับคนอย่างกูเข้าทำแล็บ น่าจะเสียหายไปแล้วประมาณห้าพันบาท แบบไม่ได้อะไรกลับไป คือเป็นการลงทุนที่สูญเปล่า
แต่พี่ๆ ก็น่ารักมากที่ยังอุตส่าห์ทนความเฟอะฟะ ประมาท เลินเล่อ และสั่งสอนกูต่อไปได้ เป็นกู กูคงจะเหนื่อยหน่ายกับไอ้เด็กเวร ที่ทำผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนเหมือนเทเงินลงในท่อน้ำทิ้ง
หรือเขาอาจจะเจอเด็กแบบกูจนชาชิน และขี้เกียจจะด่าแล้วก็เป็นได้
นับว่าเป็นประสบการณ์ชีวิตที่สนุกไปอีกแบบ คิดไม่ผิดที่เลือกเรียนวิชานี้
ปล.ดูลิเวอร์พูลตอนสิบนาทีสุดท้าย ตอนบาร์นลีย์ยิงได้ กูขำจนน้ำตาเล็ดเลย สงสารคนเชียร์ลิเวอร์พูลเหมือนกัน ต้องทนโดนล้ออีกแล้ว
กูว่าลิเวอร์พูลแม่งเหมือนซากุราหงิ คือจะปรับตัวไปตามความเก่งของคู่ต่อสู้ คู่ต่อสู้เก่งก็เก่งด้วย คู่ต่อสู้ห่วยก็ห่วยด้วย
แต่คู่หน้าของมันคือสากกระเบือที่วิ่งได้จริงๆว่ะ