วันเสาร์ที่ผ่านมา ที่คณะมีงานรับน้อง
เนื่องด้วยกูเป็นเฮ้ดฝ่ายตกแต่งใต้หอ เมื่อปีที่แล้ว ปีนี้เลยสังเกตการณ์ว่ารุ่นน้องทำเป็นยังไงบ้าง
ได้ความว่า ห่วยแตก
จากแพลนที่กูจะไปซื้อเหล้า (รักน้องจริง อย่าชวนน้องดื่ม ยัดปากมันไปเลย)
เลยเปลี่ยนมาเป็นช่วยงานมันแทน และวางแผนจะด่ามันทีหลัง หลังจากจบงาน
ได้ยินประโยคนึงที่ทำให้อารมณ์มันพุ่งปรี๊ด จากรุ่นน้อง
"ตอนปิดไฟมันก็มองไม่เห็นแหละ"
เป็นความจริงของมัน ภายในงานมันมีแต่แสงสลัวๆ และคงไม่มีใครจะสนใจฝาผนัง หรืออะไรมากนัก เพราะมีละครที่จะแสดงอยู่ตรงกลางคอยดึงดูดทุกคนอยู่
แต่ก็เป็นประโยคที่บอกถึงความไม่พยายามจะทำอะไรเลยเช่นกัน
กูกลัวว่าปีต่อๆ ไป มันจะห่วยลงๆ เนื่องจากเห็นรุ่นพี่ทำไว้เท่านี้ รุ่นน้องก็ทำเท่านี้บ้าง เนื่องจากกูมีประสบการณ์ตรงเกี่ยวกับเรื่องนี้มาก่อนแล้ว
ตอนปีที่กูทำ กูเริ่มงานตั้งแต่ต้นๆเมษา หรือปลายๆมีนา กูมาทำทุกวัน ยกเว้นวันเสาร์อาทิตย์ และหยุดสงกรานต์
ปีนี้ ที่รุ่นน้องมันทำ มันเริ่มปลายเมษา ทำ 3-4 วัน แล้วเว้นไปอีกสองอาทิตย์ค่อยกลับมาทำอีกที
ตอนปีที่กูทำ กูตระเวนไปตามสำเพ็ง เสือป่า เจเจ เพื่อหาของที่จะมาประดับตกแต่งได้
ยังไม่ได้ถามเรื่องนี้ กับรุ่นน้อง แต่เดาจากอุปกรณ์ที่มันใช้ประดับ มีแต่ของปีกูล้วนๆ และไม่มีการซ่อมแซม หรือทำใหม่ นอกจากนั้น ของมันก็ต้องลดลงเป็นธรรมดา เพราะกูไม่ได้ทำของให้มันมีอายุการใช้งานตราบชั่วฟ้าดินสลาย
สภาพหอที่ออกมา เลยร่อแร่ๆ เห็นแล้วอุบาทว์ลูกตา และอายแทนคนทำ ว่ามันช่างกล้าเอาของอย่างนี้มาโชว์ให้น้องเฟรชชี่ได้ดู
ไม่รู้ว่ามันอายรึเปล่า ไม่ได้ถามอีกเช่นกัน แต่คงไม่อาย เพราะ จากที่สอบถาม มันมีความรู้สึกเหมือนว่า งานของมันได้เสร็จเรียบร้อยแล้ว (ทั้งๆที่ในความคิดของกู น่าจะบวกเวลาให้มันทำเพิ่มอีกซักเดือน)
กูอาจจะดู strict งี่เง่า กับเรื่องงานรับน้อง ที่มันเกิดขึ้นเพียงวันเดียว และของพวกนี้ ก็ใช้จริงๆ เพียงแค่ไม่กี่ชั่วโมง
แต่กูว่า การทำงานมันสื่อถึงความทุ่มเท ว่ามึงทุ่มเท หรือ แค่เอาเท้าเขี่ยๆ ส่งไปให้มันพ้นตัว
กูว่าของพวกนี้มันรับรู้ถึงกันได้
น้องเฟรชชี่อาจจะไม่รู้ แต่อย่างน้อยกูก็รู้ ที่สำคัญ มันก็รู้
งานพวกนี้ เงินก็ไม่ได้ แถมยังอาจ จะต้องเสียเงินอีก ทำดีก็ไม่ค่อยมีคนชม เพราะสุดท้ายคนก็ไม่รู้หรอกว่าใครเป็นคนทำ แต่ทำห่วยคนด่าเละ แถมจะควานหาตัวให้ควักว่าใครเป็นคนทำห่วย ปิดเทอมแทนที่จะได้เที่ยวเล่นสนุกสนาน กลับต้องมานั่งจับเจ่าอยู่คณะ มีแต่เสียกับเสีย
กูถามถึงข้อดี ของการเป็นเฮ้ดของงานนี้ กับรุ่นน้อง
มันตอบไม่ได้
แน่นอนอยู่แล้วล่ะ ถ้ามันตอบได้ กูคงประหลาดใจน่าดูเหมือนกัน
....
...
..
เพราะมันเป็นคำตอบที่ได้มาจากการทำงานเท่านั้น
ไม่เฉลยแล้วกัน กูว่าถ้าพวกมึงรู้คำตอบด้วยตัวเอง มันเจ๋งกว่าการมีคนมาบอกเยอะเลย
ปล.งานในคืนนั้นอย่างจืด เพราะรุ่นน้องแทบไม่มีใครเอาเหล้ามามอมเด็กเลย คนที่เอามาก็เอามาตั้งกินกันเอง
ไม่รู้ว่า มี สสส มาเป็นสปอนเซอร์รึเปล่า ไม่มีใครถูกเข็นไปERซักคน ส่วนกูต้องวิ่งออกไปซื้อเหล้ารอบสอง เพราะน้องมาขอกินตลอดเวลา(พี่ด้วย เซ็งสัด) ที่จริงปีนี้แพลนจะซื้อ เซี่ยงชุนมาแทนวอดก้าแล้ว แต่บังเอิญเสียเวลากับการช่วยมันตกแต่ง เลยไม่ได้ไปซื้อ ไม่งั้น แดกกันสะบั้น กูจะมอมแม่งให้หมดคณะเลย