เจ้าหอยทากตัวเขื่อง คลานอาดๆออกไปตามทางเดิน
แต่ทางเดินนั้นมิใช่ทางคลาน มันจึงไม่ใช่ทางแห่งหอยทาก
แต่เป็นทางแห่งมนุษย์
มัจจุราชที่พรากชีวิตหอยทากหลายฝูง ไปอย่างไร้เยื่อไย
หากวันนั้นเป็นวันที่หอยทากรุ่นใหญ่ต่างรู้สึกฮึกเหิม
เนื่องจากพวกมันคลานเร็วอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
วันที่พระเจ้าสร้างมาให้เป็นวันของพวกมัน
ให้มันได้ความชื้นอย่างเกินพอเพียง
วันที่หอยทากทุกตัวต่างก็ศรัทธา และขอบคุณพระเจ้าแห่งหอยทาก
หากเปรียบกับคนคงเปรียบได้กับวันสำคัญทางศาสนาวันหนึ่ง
"และแล้ววันนี้ก็วนมาอีกครั้ง
วันที่พระเจ้าประทานน้ำฝนมาหล่อเลี้ยงชีวิตพวกเรา
พวกเราต้องแสดงความศรัทธาต่อพระองค์เป็นการตอบแทน"
หอยทากตัวใหญ่ที่สุด ตะโกนบอกพรรคพวกที่อยู่ข้างหน้ามัน
"ช่ายยยย ช่ายยย"
หอยทากที่เหลือตอบรับ
"เราจะทำเช่นเดียวกับทุกครั้งที่เคยทำ
เราจะก้าวข้ามผืนแผ่นดินอันแห้งแล้งอันตราย เหมือนที่ท่านโมทาก
เคยทำเมื่อหลายพันปีก่อน"
"ช่ายยยย ช่ายยย"
"เราจะก้าวข้ามไปสู่ดินแดนอันอุดมสมบูรณ์ ดินแดนแห่งพันธะสัญญา
ที่พระเจ้าได้ให้ไว้กับเรา"
"ช่ายยยย ช่ายยย"
"จงอย่ากลัวความตาย ความตายในวันนี้ จะทำให้เจ้าได้เฝ้ารับใช้พระเจ้า"
"ช่ายยยย ช่ายยย"
"ไปเถอด บรรดาหอยทากทั้งหลาย ก้าวข้ามมันไปด้วยกัน"
(หากใครมีน้ำอดน้ำทน และตั้งใจพอจะฟังเสียงเล็กๆของบรรดาหอย
คงจะรู้ว่ามันใช้เวลากว่า2ชั่วโมง จึงจะพูดจบ)
หอยทาก ตัวที่ 1 ตัวที่ 2 ตัวที่ 3 ค่อยๆ เคลื่อนตัวผ่านไป อย่างช้าๆ
แม้จะมีระยะทางเป็นเพียง สองสามก้าวของมนุษย์ แต่พวกมันต้องใช้เวลาเป็นชั่วโมง
กว่าจะผ่านทางเดินแห่งนี้ไปได้
"แผล่ด!!!"
เสียงเท้ามนุษย์เหยียบไปลงบนง่ามเปลือกซ้าย ของหอยตัวที่ 7
(หากใครเข้าไปฟังใกล้ๆ คงได้ยินเสียง "อาเมณ" ดังพอให้ใยแมงมุมไหวได้)
และแล้ว เสียง "แผล่ด" ก็ดังขึ้นเป็นระยะๆ
ตามด้วยเสียงค่อยๆ ของ "อาเมณ" ทุกครั้งไป
แผล่ด
แผล่ด
แผล่ด
แผล่ด
วันนี้ พี่น้องหอย ได้ไปเฝ้ารับใช้พระเจ้ามากกว่าปกติ
คงเป็นเพราะ ผู้คนต่างผ่านเส้นทางนี้มากกว่าปกติ
จะไม่ให้เป็นอย่างนั้นได้อย่างไร คนก็ต้องเยอะเป็นธรรมดา
.....ในวันสงกรานต์อย่างนี้
________________________________________________
อืมม ได้แรงบันดาลใจเรื่องนี้ มาจากการเจอ หอยทากตายอยู่ที่ทางเดินหลังฝนตก
ไม่รู้ว่าทำไมหลังฝนตกชอบออกมาแรดกันจัง ออกมาก็ตายยังงั้น
.....เหมือนวันสงกรานต์ ไม่มีผิด
ปล.ถ้าเจอหอยทากบนทางเดิน ถ้าไม่เหนือบ่ากว่าแรง ก็ช่วยเตะมันไปให้พ้นๆ
ทางเดินก็ดีนะ