และแล้วความตายก็ขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีกหนึ่งปี
ใช่แล้ว วันนี้เป็นวันเกิดกู 23 ตุลา
แล้วก็อายุ 23 พอดี
วันนี้เริ่มต้นด้วยการตื่นขึ้นมาประมาณบ่ายโมง
ขึ้นมาเล่นเน็ตนิดหน่อย แล้วก็ไปอาบน้ำแปรงฟัน
เตรียมตัวกลับบ้านไปหาอาม่า
แต่กว่าจะได้กลับก็เล่นเน็ต ไปช่วยเพื่อนระบายสี จนถึงเกือบห้าโมงเย็น
มีเมสเสจส่งมาบ้างประปราย
กลับบ้านเจออาม่า เจออี้ อี้บอกว่า วันนี้อาม่าตื่นมา พูดขึ้นมาเลยว่า วันนี้เป็นวันเกิดกู
(ความจริง ยังเป็นวันเกิดของอี้กูอีกคน และลูกพี่ลูกน้องอีกคนด้วย เอาเป็นว่าตระกูลนี้มีคนเกิดวันเดียวกัน 3 คน)
...อืมม แต่กูยังไม่เคยจำวันเกิดอาม่าได้เลย
อาการอาม่า โอเคขึ้น แรงดีขึ้น แต่ยังหน้านิ่วคิ้วขมวดตลอดเวลา
ยังคงรับสภาพตัวเองไม่ได้ ที่จากคนที่ออกกำลังกาย ว่ายน้ำเป็นประจำ(อายุเกือบ80 แต่ยังว่ายเป็นสิบๆรอบ)
จู่ๆ ก็มาอ่อนแรง เดินไม่ได้ ยกแขนไม่ได้ (ที่จริงตอนนี้ก็ยกได้เยอะแล้ว)
แถมยังใจร้อนอยากหายเร็วๆ เลยเครียดมากกว่าเดิม
กลับบ้านมาจึงรู้ว่า แม่ไปสกลอีกแล้ว ส่วนน้องก็ไปเที่ยวชะอำหัวหิน
อยู่บ้านซักพัก ก็ออกมาซื้อของกับอี้ พวกเครื่องวัดความดัน เครื่องวัดน้ำตาล
จากนั้นก็ไปกินอาหารอินเดีย cha cha's (ร้านเดิม แต่คนละสาขา)
โอเคเลย สั่งมานิดหน่อยๆ แต่อิ่มพอดีๆกับคนสองคน
กลับบ้านมาเจอพ่อ พ่อกับแม่ให้เงินเป็นของขวัญวันเกิดเหมือนทุกปี
ปีนี้คงเป็นปีสุดท้ายแล้วล่ะมั้ง
คิดว่า แก่เกินไปที่จะเอาของขวัญวันเกิดจากพ่อจากแม่แล้ว
ตัวเอง ไม่ได้มีความระทึกใจตื่นเต้นกับวันเกิดตัวเองเท่าไหร่ด้วย
(เมื่อคืนยังคงเต้นซัลซ่า ผ่านวันเกิดตัวเอง ไปโดยไม่รู้ตัว)
------------------------------------------------------
เมื่อวาน ลองหลับตาแล้วคิดว่าตัวเองตาบอด
ดูมันทนทุกข์ทรมานมากทีเดียวนะ กับการที่จะมองไม่เห็นตลอดไป
ของแบบนี้มันสามารถเกิดขึ้นกับเราได้ตลอดเวลาเลยนะ
แค่คิดว่าจะอยู่ได้ยังไงโดยไม่มีตาก็รู้สึกว่าลำบากมากแล้ว
อืมม